ล่องเรือสำราญ Oceania Riviera สายเรือ Oceania Cruises

ล่องเรือสำราญ Oceania Riviera สายเรือ Oceania Cruises

ภาพรวมเรือสำราญ Oceania Riviera 

 

หากเรามองย้อนกลับไปเมื่อหลายปีที่ผ่านมา จะมีเรือสำราญลำใหม่สวยสง่าอยู่ลำนึง ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องของ "อาหารที่เป็นเลิศ" จนทำให้นักเดินทางหลายต่อหลายท่านต้องผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาใช้บริการทริปสุดพิเศษในการล่องเรือสำราญไปกับเจ้าเรือลำนี้ นั่นก็คือ Oceania Riviera นั่นเองค่ะ

เราลองมาทำความรู้จักก็เจ้าเรือสำราญลำนี้ให้มากขึ้นกว่าเดิม Oceania Riviera ถือเป็นเรือลำใหม่ล่าสุดของสายเรือ Oceania Cruise ได้เปิดตัวเมื่อปี 2012 และเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงนักท่องเที่ยวเรือสำราญ จนล่าสุดก็ได้มีการปรับปรุงตัวเรือในปี 2015 ที่ผ่านมา โดยเรือลำนี้สามารถจุผู้โดยสารได้ถึง 1,250 คน

นอกจากนี้ เรือสำราญ Riviera ของสายเรือ Oceania Cruise ยังการันตรีด้วยรางวัลคุณภาพมากมาย ถ้าอย่างงั้นเราลองมาไล่ดูกันเลยค่ะว่ามีอะไรบ้าง

1. รางวัล Best for service ประจำปี 2014, 2015 , 2017 และปี 2018

2. รางวัล Best for public room ประจำปี 2014- ปี2018

3. รางวัล Best for dining ประจำปี 2014 - ปี2018

4. รางวัล Best Overall ประจำปี 2014 และ ปี 2018

5. รางวัล Best for Embarkation ประจำปี 2014, 2015, 2016 และ ปี 2018

6. รางวัล Best for cabins ประจำปี 2014 - ปี2018

7. รางวัล Best for fitness & Recreation ประจำปี 2015 และ ปี 2018

8. รางวัล Best for Value ประจำปี 2014 - 2018 

9. รางวัล Best for Shore Excursions ประจำปี 2015 - ปี 2017

10. รางวัล Best for Entertainment ประจำปี 2015

 

ขอต้อนรับทุกท่านสู่เรือสำราญ Oceania Riviera 

 

ไฮไลท์

 

เรือสำราญ Oceania Riviera จัดได้ว่าเป็นเรือสำราญ “พรีเมี่ยมสุดหรู”  ด้วยการบริการที่ดีเยี่ยมของพนักงานบนเรือแบบไร้ที่ติ การจดจำรายละเอียดของแขกแต่ละท่านพร้อมคอยให้บริการอย่างเป็นมิตร จึงทำให้เรือสำราญลำนี้เป็นที่น่าจดจำแก่เหล่านักเดินทางล่องเรือที่เคยเข้ามาใช้บริการ ดังจะเห็นได้จากการได้สัมภาษณ์ประสบการณ์ของผู้โดยสารซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้าเก่ากว่า 50% ที่กลับมาใช้บริการซ้ำ  สิ่งที่เป็นไฮไลท์อันโดดเด่น ที่ทำให้ผู้โดยสารติดใจมากที่สุดนั่นก็คือ “อาหารที่ดีที่สุด” หากใครที่กำลังมองหา สุดยอดของสุดยอดความอร่อยของรสชาติอาหารบนเรือสำราญ ภายในจะมีร้านอาหารทั้งหมด 5 แห่ง แต่ละร้านจะมีเมนูที่หลากหลาย อาหารรสเลิศเหล่านี้ได้ผ่านการรังสรรค์โดยเชฟสุดยอดฝีมืออย่าง  Jacques Pépin  เขาว่ากันว่าเปรียบเสมือนยกเอาภัตตาคารอาหารระดับโลกมาไว้บนเรือสำราญลำนี้ค่า 

 

นอกจากนี้ยังมีเมนูที่เอาใจนักเดินทางจากหลายประเทศ ด้วยการนำเสนอเมนูที่หลากหลายเอาใจคนที่ชอบอาหารสไตล์เอเชีย อย่างร้านอาหารพิเศษที่เรียกว่า Red Ginger รวมไปถึง ร้านอาหารพิเศษ Jacques ถือเป็นอาหารสไตล์ฝรั่งเศษรสเลิศที่มีชื่อเสียงเลื่องลือในความพิถีพิถันที่เกินจะบรรยาย รวมไปถึง La Reserve ที่มีที่นั่งสำหรับผู้โชคดีเพียง 24 ท่านเท่านั้นในแต่ละค่ำ ท่านจะได้ลิ้มลองอาหารแบบฟูลคอร์สที่มี 6-7 จาน เสิร์ฟตามลำดับมาคู่กับไวท์รสชาติเยี่ยม สุดยอดของสุดยอดของความอร่อยเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ผ่านการปรุงแต่งโดยเชฟสุดยอดฝีมือ  Jacques Pépin เช่นกันค่ะ และสำหรับผู้ที่สนใจอยากเรียนทำอาหารบนเรือลำนี้ก็มีศูนย์ที่ทันสมัยครบครัน นั่นก็คือ Bon Appetit Culinary Center รับรองได้ว่าอยู่บนเรือทั้งวันไม่เบื่ออย่างแน่นอน

 

ยังไม่มีหมดเพียงเท่านี้ ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน นอกจากร้านอาหารแล้ว ยังมีกิจกรรมความบันเทิง และอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ สปา (Canyon Ranch Spa), คาสิโน, ฟิตเน็ตคลับพร้อมอุปกรณ์การออกกำลังกายที่ครบครัน เลาจน์ บาร์ โรงละคร กิจกรรมโชว์การแสดงต่าง ๆ เป็นต้น

 

เชิญชมคลิปบรรยากาศในเรือกันค่า

 

 

ข้อมูลตัวเลข

 

 

ไลฟสไตล์บนเรือ

 

สำหรับใครที่กำลังมองหาวันหยุดพักผ่อนอันเงียบสงบ และใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ แนะนำว่าต้องเลือกล่องเรือสำราญ Oceania Riviera เรือลำนี้จะดึงดูดกลุ่มผู้โดยสารชาวอเมริกัน, ชาวแคนาเดียน, ชาวอังกฤษ รวมถึงชาวออสเตรเลียเป็นส่วนใหญ่ ที่เหลือก็จะมาจากหลากหลายเชื้อชาติค่ะ และผู้โดยสารจะมีอายุโดยเฉลี่ย ระหว่าง 65 ปีขึ้นไป ถือเป็นกลุ่มหลักๆ และลองลงมาก็จะเป็นกลุ่มแฟมิลี่ ที่เดินทางท่องเที่ยวกันเป็นครอบครัวในช่วงวันหยุดภาคฤดูร้อนในแต่ละปีค่า

 

เส้นทางล่องเรือสำราญ Oceania Riviera  

- เรือสำราญ Oceania Riviera จะล่องในแถบ  เมดิเตอร์เรเนียน ยุโรป อเมริกา เป็นต้น

- ระยะเวลาการเดินทางโดยส่วนใหญ่ ตั้งแต่ 7 วันขึ้นไป 

- เรือสำราญ Oceania Riviera ส่วนใหญ่จะออกจากท่าเรือ Miami, Barcelona, Monte Carlo และ Rome/Civitavecchia เป็นต้น

 

รีวิวห้องพักบนเรือสำราญ

รูปแบบห้องพักโดยทั่วไป เรือสำราญของ Oceania จะแบ่งระดับห้องพัก R Class และ O Class  ดังนี้ค่ะ

R Class

R Class Interior Stateroom: ห้องประมาณ 14.8 ตรม.
R Class Deluxe Ocean View Stateroom: ห้องประมาณ 15.3 ตรม.
R Class Veranda/Concierge Stateroom:  ห้องประมาณ 20 ตรม.
R Class Penthouse Suite: ห้องประมาณ 29.9 ตรม. มีอ่างอาบน้ำภายในห้อง
R Class Vista Suite: ห้องประมาณ 73.02 ตรม.
R Class Owner’s Suite: ห้องประมาณ 92.90 ตรม. 

O Class 

O Class Interior Stateroom: ห้องประมาณ 16.16 ตรม.
O Class Deluxe Ocean view Stateroom: ห้องประมาณ 22.48ตรม. มีอ่างอาบน้ำภายในห้อง
O Class Veranda /Concierge Stateroom: ห้องประมาณ 26.19ตรม. มีอ่างอาบน้ำภายในห้อง
O Class Penthouse Suite:  ห้องประมาณ 39ตรม. มีอ่างอาบน้ำภายในห้อง
O Class Oceania Suite: ห้องประมาณ 92.90ตรม. มีอ่างอาบน้ำภายในห้อง
O Class Vista Suite: ห้องประมาณ 139.35 ตรม.  พร้อมอ่างจากุชชี   
O Class Owner’s Suite: ห้องประมาณ 185.80 ตรม. พร้อมอ่างจากุชชี   

สิ่งอำนวยความสะดวกในห้องพัก อาทิเช่น ตู้เย็นมินิบาร์พร้อมเครื่องดื่มฟรี, เตียงนอนนุ่มๆ จาก Prestige Tranquillity พร้อมผ้าปูเตียงทำจากเนื้อผ้าลีนินอย่างนี้ ทีวีจอแบนพร้อมเครื่องเล่นดีวีดี และที่สำคัญสุด ภายในห้องน้ำมีผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ Bvlgari อีกด้วยค่ะ ว่าแล้วเราลองมาชมภาพห้องตัวอย่างของแต่ละแบบกันได้เลยค่า

 

Inside Stateroom

 

Deluxe Ocean View Stateroom

 

 

Veranda Stateroom

 

Concierge Level Veranda

 

 

Penthouse Suite

 

 

Ocean Suite

 

Vista Suite

 

 

Owner's Suite

 

  

ห้องอาหารหลัก และห้องอาหารพิเศษ

เรือลำนี้ เลื่องชื่อเรื่องอาหาร และผู้เดินทางสามารถทานอาหารร้านพิเศษได้ฟรี ทริปละ 1 ครั้ง รวมอยู่ในค่าห้องพักแล้ว แต่ต้องจองโต๊ะล่วงหน้า และใส่ชุดสุภาพค่ะ สำหรับมื้อดินเนอร์ อาจใส่สูทหรือชุดราตรีได้ ไม่อนุญาตให้ใส่ยีนส์หรือรองเท้าแตะนะคะ เกริ่นมาซะนาน.. หน้าตาจะอร่อยแค่ไหน ไปชมภาพกันค่ะ แต่ว่าชมอย่างเดียวก็ไม่ได้ ต้องไปล่องเรือสำราญชิมกันจริงๆ นะคะ รับรองว่าฟินเฟอร์..

 

ห้องรับประทานอาหารหลักสุดหรูหราโอ่อ่าตระการตา เรียกได้ว่า เป็นห้องอาหารสไตล์ยุโรปสุดหรูระดับ 5 ดาว “ The Grand Dining Room “ ภายในนั้นมีการตกแต่งที่สวยงามด้วยผ้าม่านแทรกสลับด้วยโทนสีทอง พร้อมเครื่องเงิน จาน ช้อน ซ้อมอย่างดีที่ถูกจัดวางอย่างสวยงามพร้อมผ้าปูโต๊ะสีขาวให้ความรู้สึกสะอาดสะอ้าน สบายตา พร้อมกับบรรยากาศน่ารื่นรมย์ The Grand Dinning Room ตั้งอยู่บริเวณชั้น 6 มีการนำเสนอเมนูอาหารที่หลากหลาย ครบทั้ง 3 มื้อ เช้า กลางวัน และมื้อค่ำ จุดเด่นของที่นี่ จะมีเมนูอาหารที่หลากหลาย มื้อเช้าเป็นอาหารสไตล์ยุโรปแบบคอนติเนนตัล  ที่มีทั้ง ขนมปัง ชา กาแฟ ผลไม้สด โยเกิร์ต ธัญญพืชแบบซีเรียล และชีสหั่นทานคู่กับขนมปัง หรือหากท่านใดที่ชอบอาหารครีนเพื่อสุขภาพก็มีอีกหนึ่งทางเรื่องนั่นก็คือเมนูจาก Canyon Ranch Spa นั่นเองค่า

 

 

อีกหนึ่งห้องอาหารพิเศษที่ใครได้ขึ้นเรือสำราญลำนี้ต้องห้ามพลาด นั่นก็คือ Polo Grill ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่สำคัญ ห้องอาหารแห่งนี้ตั้งอยู่บนชั้น 14 เอาใจสำหรับผู้ที่รักการทานสเต๊ก ที่นี่เขามีเป็นสเต็คเฮ้าส์สุดแสนจะอร่อย มีหลากหลายเมนูให้เลือกสั่ง หรือ หากใครที่ชอบทานอาหารทะเล ที่นี่เขาก็มีเมนูซีฟู๊ดที่สดใหม่ อาทิเช่น เมนูเรียกน้ำย่อย อย่างหอยนางรม ซุปหอย ล็อบสเตอร์ซุป และอื่นๆ อาหารจานหลัก เช่น สเต็กส์เนื้อ หรือเนื้อแกะอย่างดี อีกทั้งยังมีซี่โครงย่างสุดแสนอร่อย ไม่เอาดีกว่าค่ะ เปลี่ยนเป็นกุ้งล็อบสเตอร์ก็ยังทัน แฮ่ๆๆ ว่าแล้วลองไปดูเมนูกันเลยค่ะว่ามีอะไรกันบ้าง เพราะที่นี่เขามีอาหารที่หลากหลาย เยอะมากๆ บอกได้คำเดียวว่า กินทั้งวันก็ไม่เบื่อจริงๆ 

Sample Polo Grill Dinner Menu 
Sample Polo Grill Dessert Menu 
Sample Polo Grill Wine List 
Sample Polo Grill Scotch & Whiskey List

ห้องอาหารพิเศษนี้เปิดให้บริการสำหรับมื้อค่ำเท่านั้น และต้องทำการจองที่นั่งล่วงหน้าค่ะ

 

 

 

หากคนไหนที่หลงไหลในรสชาติของอาหารอิตาเลี่ยนแท้ๆ แนะนำให้มาที่นี่ "Toscana" ห้องอาหารสุดพิเศษสไตล์อิตาเลี่ยน ตั้งอยู่ชั้น 14 หากใครจะมาที่นี่ต้องทำการจองที่นั่งล่วงหน้าด้วยนะคะ วันนี้เรามีเมนูคร่าวๆ มานำเสนอตามลิ้งค์ข้างล่างค่ะ  ห้องอาหารพิเศษนี้เปิดให้บริการสำหรับมื้อค่ำเท่านั้นค่ะ

เมนูแนะนำ

Sample Toscana Dinner Menu 
Sample Toscana Dessert Menu 
Sample Toscana Olive Oil Menu 
Sample Toscana Wine List

 

 

สำหรับใครที่ชอบลิ้มลองรสชาติอาหารฝรั่งเศษแท้ๆ แนะนำให้มาที่ห้องอาหารพิเศษ ที่เรียกว่า "Jacques" ตั้งอยู่ชั้น 5 บนเรือสำราญ เมนูอาหารมีตั้งแต่เมนูเรียกน้ำย่อยสารพัดซุปทั้งร้อนและเย็น รวมไปถึงอาหารจานหลักที่เป็นอาหารฝรั่งเศษทั้งหมด วัตถุดิบแต่ละอย่างไม่ธรรมดา คุณเภาพเน้นๆ ไม่ว่าจะเป็น เนื้อแกะ เนื้อซี่โครง กุ้งล็อบสเตอร์ หอยเชลล์ ชีสเน้นๆ และอื่นๆ อีกมากมาย เมนูสุดยอดเหล่านี้ล้วนผ่านการรังสรรค์โดยสุดยอดเชฟอย่าง Jacques Pepin ค่ะ ห้องอาหารพิเศษนี้เปิดให้บริการสำหรับมื้อค่ำเท่านั้น และต้องทำการจองที่นั่งล่วงหน้าค่ะ

เมนูแนะนำ

Sample Jacques Main Menu 
Sample Jacques Dinner Menu 
Sample Jacques Dessert Menu 
Sample Jacques Wine Menu

 

หากใครที่ชื่นชอบอาหารเอเชีย ไทย จีน ญี่ปุ่น เวียดนาม แนะนำให้มาที่ห้องอาหารแห่งนี้ " Red Ginger " ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์บนเรือลำนี้ อาหารเอเชียฟิวชั่นเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากสำหรับเหล่านักเดินทางล่องเรือสำราญ เนื่องจากรสชาติที่กลมกล่อม วัตถุดิบที่เป็นเลิศ อาทิ ปลากระพง กุ้งล็อบสเตอร์ ปลาแซลมอนสดๆ รวมทั้ง เมนูก๋วยเตี๋ยวแบบไทยๆ และอื่นๆ อีกมากมาย ห้องอาหารพิเศษนี้ตั้งอยู่บริเวณชั้น 5 บนเรือสำราญ เปิดให้บริการสำหรับมื้อค่ำเท่านั้น และต้องทำการจองที่นั่งล่วงหน้าค่ะ

เมนูแนะนำ

Sample Red Ginger Dinner Menu 
Sample Red Ginger Dessert Menu 
Sample Red Ginger Tea Menu 
Sample Red Ginger Wine & Sake List

 

สำหรับผู้ที่ชอบทานอาหารสไตล์บุฟเฟต์ จะมี 2 มื้อ คือ มื้อกลางวันและมื้อค่ำสามารถเลือกมาได้ที่ห้องอาหาร Terrace Café ที่นั่งมีทั้งโซนด้านใน และด้านนอก ใครที่ชอบบรรยากาศกลางแจ้งก็เลือกที่นั่งบริเวณโซนด้านนอกได้เลยบรรยากาศชดชื่นไปอีกแบบค่ะ ลองดูเมนูคร่าวๆสิค่ะ มีทั้งเป็ดย่าง กุ้งล็อบสเตอร์ เมนูปิ้งย่าง พิซซ่า และอื่นๆอีกมากมาย Terrace Café ตั้งอยู่ชั้น 12 บนเรือสำราญ เปิดให้บริการทั้งวัน และไม่ต้องทำการจองล่วงหน้าค่า 

Sample Terrace Café Lunch Buffet Menu 
Sample Terrace Café Dinner Buffet Menu 
Sample Terrace Café Wine List

 

 

สถานที่ชิวๆ ที่สุดบนเรือเห็นจะหนีไม่พ้น "Waves Grill" ที่ตั้งอยู่บริเวณชั้น 12 ตรงสระว่ายน้ำค่ะ เปิดให้บริการช่วงเลางวันและช่วงยามบ่ายมีเมนูหลากหลาย มากมายให้เลือก ทั้ง สลัดบาร์ ผลไม้ เบอร์เกอร์ แซนวิส หรือแม้กระทั่ง ล็อบสเตอร์ เสิร์ฟคู่กับมันฝรั่งและใส้กรอก หรือแม้กระทั่งเครื่องดื่ม น้ำผลไม้ปั่น เบียร์ ชา กาแฟ อื่นๆอีกมากมาย ว่าแล้วลองไปดูเมนูด้านล่างได้เลยค่า อิอิ

Sample Waves Menu 
Sample Waves Bar Menu 
Sample Waves Raw Juice & Smoothie Bar Menu

 

 

เพลิดเพลินไปกับการจิบชายามบ่าย Afternoon Tea อีกหนึ่งโซนของผู้ที่รักการจิบชา พร้อมกับแซนวิสและขนมหวานหลากหลายชนิดพร้อมพบปะพูดคุยกับเพื่อนฝูง สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณชั้น 14 บนเรือสำราญค่ะ จะเปิดให้บริการในช่วงเวลา 4 โมงเย็น และ 5 โมงเย็น และที่สำคัญไม่จำเป็นต้องทำการจองที่นั่งล่วงหน้าค่า 

 

อีกหนึ่งแห่งที่ได้รับความนิยมจากเหล่านักเดินทางล่องเรือสำราญ นั่นก็คือ " Baristas " มุมสบายๆ สุดชิว ที่แขกสามารถมานั่งพักเพื่อจิบกาแฟรสชาติดี Baristas ตั้งอยู่บริเวณช้ัน 14 บนเรือสำราญค่ะ พร้อมเปิดให้บริการทุกวันไปตลอดจนถึงช่วงเย็น ลองดูเมนูก่อนใครได้ที่นี่เลย Sample Baristas Menu

 

 

ห้องอาหารพิเศษสุดๆ เรียกว่า Privée ตั้งอยู่ชั้น 14 ท้ายลำเรือ ห้องอาหารนี้จะอยู่ระหว่าง Toscana และ Polo Grill ห้องอาหาร Privee นั้นจะรองรับแขกได้เพียง 10 ท่านเท่านั้น การตกแต่ง โต๊ะทานอาหารจะมีลักษณะคล้ายรูปไข่ ด้านในจะโอ่อ่า จรดพื้นและเพดากว้าง ใช้โทนสีขาว ทำให้บรรยากาศรู้สึกสบายและเหมาะแกการสนทนาระหว่างรับประทานอาหารที่แท้จริงค่ะ สำหรับเมนูอาหารเหมือนกับห้องอาหาร Polo Grill และ Toscana สำหรับห้อง Privée จะต้องทำการจองล่วงหน้า เปิดให้บริการเฉพาะมื้อเย็นเท่านั้นค่ะ

 

 

ใครหลายๆ คนก็อยากมาที่นี่ อีกหนึ่งห้องอาหารพิเศษ La Reserve by Wine Spectator จะมีค่าบริการตั้งแต่ 95 เหรียญในเมนู Discovery และ Odyssey ไปจนถึง 165 เหรียญในเมนู Connoisseur ค่ะ เหมาะสำหรับผุ้ที่ชื่นชอบดื่มไวน์ และลื้มรสเมนูพิเศษอย่างคาเวียร์ ค่ะ ห้องอาหารนี้จะเปิดในมื้อค่ำ และต้องทำการจองล่วงหน้าค่ะ

เมนูแนะนำ

Sample Discovery Menu 
Sample Odyssey Menu 
Sample Connoisseur Menu 
Sample La Cuisine Bourgeoise Menu

 

บนเรือสำราญ Oceania Cruise จะมีบริการ รูมเซอร์วิสตลอด 24 ชั่วโมง หากใครที่เหน็ดเหนื่อยจากการทำกิจกรรมบนเรือและไม่อยากออกจากห้องพัก ก็สามารถสั่งเมนูอาหารและเครื่องดื่ม มารับประทานได้ที่ห้อง ทั้ง 3 มื้อ เช้า กลางวัน และมื้อค่ำค่ะ สามารถนั่งทานตรงริมระเบียงห้องพักพร้อมดื่มด่ำกับบรรยากาศ และวิวทิวทัศน์อันสวยงามของท้องทะเลได้อย่างสบายใจค่า

 

 

สิ่งอำนวยความสะดวกบนเรือ

สำหรับผู้ที่รักการอ่านต้องไม่พลาด Library ห้องสมุดอันเงียบสงบ ตั้งอยู่บริเวณชั้น 14 บนเรือสำราญ เหมาะสำหรับผู้ที่รักการอ่าน ต้องการมีมุมสงบส่วนตัว ห้องสมุดที่นี่มีหนังสือและนิตยสารให้เลือกอ่านมากกว่า 2000 เล่ม รวมถึงหนังสือวรรณคดีสุดคลาสสิคที่ขายดีเป็นอันดับหนึ่งก็มีค่ะ หนอนหนังสืออย่างเรา สามารถมาขลุกอยู่ที่นี่ทั้งวันแบบไม่เบื่อกันเลยทีเดียว

 

Boutiques สำหรับผู้ที่รักการช็อปปิ้ง บนเรือลำนี้มีสินค้าแบรนด์เนมมากมาย สามารถเลือกซื้อของได้อย่างสบายใจ มีทั้งน้ำหอม เครื่องประดับ เสื้อผ้า กระเป๋า และของที่ละลึก อื่นๆ อีกมากมายค่ะ แจ้งพิกัดของนักช็อปไปกันได้เลยอยู่ที่บริเวณชั้น 5 บนเรือค่า

 

อีกหนึ่งโซนสำคัญที่พลาดไม่ได้ นั่นคือ "Canyon Ranch SpaClub" ผ่อนคลายไปกับการให้บริการสปา นวดบำบัด บำรุงและขัดผิว พร้อมร้านเสริมสวยซาลอนที่จะดูแลความงามตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้า นอกจากนี้ยังมีการรักษาเฉพาะจุดโดยการฝังเข็ม โปรแกรมทรีทเม้นท์ของที่นี่มีมากมาย สามารถไปติดต่อเจ้าหน้าที่หากจะใช้บริการได้ที่เคาท์เตอร์ของ Canyon Ranch SpaClub เปิดให้บริการตั้งแต่ 8 โมงเช้า จนถึง 1 ทุ่ม ตั้งอยู่บริเวณชั้น 14 บนเรือสำราญค่า  

เช็คโปรแกรมได้ที่นี่

View Canyon Ranch SpaClub's Guide to Services 
View Canyon Ranch SpaClub's Menu of Services 

 

กิจกรรมสำหรับนักเสี่ยงโชคจะต้องแวะมาที่ "Casinos At Sea" คาสิโนจะตั้งอยู่ชั้น 6 บนเรือสำราญค่ะ จะเปิดให้บริการตลอดเมื่อเรือแล่นออกจากฝั่งเท่านั้นค่ะ และยังมีคาสิโนบาร์ไว้นั่งจิบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พร้อมบาร์เทนเดอร์คอยชงเครื่องดื่มให้ตลอดทริปการเดินทางค่า สามารถติดตามโปรแกรมที่น่าสนใจ สิทธิประโยชน์ และเงื่อนไขได้ที่นี่ค่ะ View Casino At Sea Program Details 

 

นอกจากนี้ เรือสำราญลำนี้ ยังมีโรงละคร Theater ที่ถือเป็นศูนย์รวมความบันเทิงหลักๆ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบในการชมละครบรอดเวย์ หรือโชว์การแสดงต่างๆ เช่น การแสดงตลกแนวคอมมิดี้ และบางคืนก็มีการแสดงของนักมายกกลอีกด้วยค่ะ การแสดงเหล่านี้จะสลับหมุนเวียนกันไป และจะถูกจัดขึ้นในทุกค่ำคืนของการล่องเรือสำราญค่ะ

 

Pool & Spa ตลอดทริปการเดินทางล่องเรือสำราญ แขกทุกท่านสามารถมาเพลิดเพลิน และรับแสงแดดอ่อนๆ ในช่วงเช้า หรือยามเย็นของวัน ได้ที่สระว่ายน้ำแห่งนี้ เชิญมาพักผ่อนริมสระ หรือจะเป็นนั่งอาบแดดพร้อมจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ให้สบายใจฉ่ำก็ทำได้ค่ะ ช่างเป็นอีกหนึ่งโซนที่ทำให้สบายกายและผ่อนคลายไปตลอดทั้งวัน ที่ตั้งอยู่ชั้น 12 บนเรือสำราญค่ะ

  

สำหรับผู้ที่รักการออกกำลังกายสามารถมาใช้บริการได้ที่ Fitness Center ชั้น 14 พร้อมอุปกรณ์กาารออกกำลังกายที่ครบครัน หรือหากใครที่ชอบเล่นกีฬา แนะนำให้ขึ้นไป ชั้น15 และ 16 มีทั้งสนามพัตต์กอล์ฟ และเทนนิสคอร์สให้ได้เล่นตลอดทั้งวันค่ะ

 

เรามาเริ่มกันที่บาร์แรก เรียกว่า Martinis เอาใจนักดื่มและสังค์สรรค์ทั้งหลาย ด้วยเครื่องดื่มค็อกเทลรสชาติดีหลากหลายชนิด จิบไปพร้อมกับฟังดนตรีบรรเลงเพราะๆ ด้วยเสียงเปียโน เป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การพบปะเพื่อนๆ เอาใจไปเลยค่า ที่บาร์แห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณชั้น 6 บนเรือสำราญ ว่าแล้วอยากจะเป็นสาวมั่นสั่ง Martinis มาดื่มสักแก้วค่ะ เมนูคลิกที่นี่ Sample Bar Menu  Sample Martinis Bar Menu  View Beverage Packages

 

Horizons ตั้งอยู่บริเวณชั้น 15 บนเรือสำราญ บาร์ที่หรูหราพร้อมวิวทิวทัศน์แบบพาโนรามาบนท้องทะเลที่สวยงามเกินจะบรรยาย เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการพบปะเพื่อนฝูง นั่งหัวเราะ และจิบค็อกเทลเบาๆ พร้อมเสียงเพลงเบาๆ คลอเคลีย สถานที่นี้ทำให้รู้สึกผ่อนคลายค่ะ เพราะด้วยการตกแต่ที่ใช้โทนสีเบา ๆ สบายตา ผสมผสานกับสไตล์การตกแต่งแบบร่วมสมัยที่สวยงาม (ขอบอกเลยว่า ต้องมานั่งชิวๆ ที่นี่ให้ได้นะคะ) เมนูคลิกที่นี่ Sample Bar Menu  Sample Martinis Bar Menu  View Beverage Packages

 

 

เพลิดเพลินไปกับการพบปะสนทนากับเพื่อนใหม่ พร้อมจิบค็อกเทลเย็นๆ ชุ่มคอ ได้ที่ Grand Bar บาร์สุดหรูแห่งนี้ ตั้งอยู่บริเวณชั้น 6 ใกล้กับ Martini Bar นั่นเองค่ะ เมนูคลิกที่นี่ Sample Bar Menu  Sample Martinis Bar Menu  View Beverage Packages

 

อีกหนึ่งโซนสบายๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณริมสระว่ายน้ำ ชั้น 12 ฝั่งด้านซ้ายของเรือสำราญ เรียกว่า Waves Bar เป็นบาร์ที่แขกทุกท่านสามารถเลือกสั่งเครื่องดื่ม แล้วนั่งชิวๆ รับลมเพร้อมพบปะพูดคุยกับเพื่อนฝูง ถือเป็นอีกหนึ่งพิกัดบนเรือวำราญ ที่ได้รับความนิยมที่สุดค่า

เมนูคลิกที่นี่ Sample Bar Menu  Sample Martinis Bar Menu  View Beverage Packages

 

Concierge Lounge ตั้งอยู่บริเวณชั้น 9 เปิดให้บริการสำหรับผู้ที่เข้าพักในระดับ Concierge Cabins เท่านั้นค่ะ เหมาะสำหรับแขกที่รักความเงียบสงบและความเป็นส่วนตัว ภายในมีขนมคบเคี้ยว คุ๊กกี้ น้ำอัดลม ชากาแฟ และมีพนักงานคอยช่วยให้บริการตลอด เช่น ช่วยจองมื้อค่ำ หรือจองทัวร์ชายฝั่ง ค่า

 

Executive Lounge ตั้งอยู่บริเวณกลางลำเรือชั้น 11 เป็นโซนพิเศษสำหรับแขกที่พักห้อง Penthouse Suites ขึ้นไป สามารถเข้ามาพักผ่อน อ่านหนังสือพิมพ์ หรือดูโทรทัศน์ได้ที่นี่ค่ะ หากใครที่ต้องการความเป็นส่วนตัวที่นี่เขามี สแน็คทานเล่น เครื่องดื่ม และ กาแฟ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันค่ะ

 

สำหรับใครที่หลงรักในการทำอาหารก็อย่างพลาดนะคะ เพราะที่นี่เขามีศูนย์การเรียนการสอนทำอาหาร พร้อมอุปกรณ์ทันสมัยครบครัน ห้องนี้เรียกว่า The Culinary Center แขกจะได้ประสบการณ์และความรู้ใหม่ ๆ อย่างที่ไม่เคยได้รับที่ไหนมาก่อน แม้กระทั่งหากเรือจอดเทียบท่า แขกสามารถลงไปช็อปปิ้งและเลือกหาซื้อวัตถุดิบพร้อมคำแนะนำแบบเป็นกันเองจากเชฟผู้เชี่ยวชาญอีกด้วยค่า

 

หากใครที่ต้องการใช้บริการอินเตอร์เน็ต สามารถมาได้ที่ชั้น 14 เรียกว่า Oceania @ Seas Internet Center ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง จะมีพนักงานคอยให้บริการและคำแนะนำค่ะ เช่น ใช้บริการอินเตอร์เน็ตไร้สาย ส่งอีเมล์ หรือโทรออกหรือรับสายเรียกเข้า จะมีเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมค่ะ (ยกเว้นแขกผู้เข้าพักในระดับ Concierge suite ขึ้นไป ฟรี Wi-Fi ค่ะ)

 

 

ขอขอบพระคุณทุกท่านที่กรุณาให้เกียรติร่วมเดินทางไปกับ 2morrow Explorer เป็นอย่างสูงค่ะ

ทูมอร์โรว์ เอกซ์พลอเรอร์

เนรมิตฝันของคุณให้เป็นจริง

นึกถึงเรือสำราญ นึกถึงเรา

ล่องเรือสำราญ เที่ยวสุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก

ประสบการณ์แห่งความสุข ของทุกคนในครอบครัว

เดินทางส่วนตัว ทัวร์อิสระได้ทุกวัน..   

 

ค้นหาเส้นทาง และราคา www.2morrowexplorer.com 

Call Center: 061-590-5999    

Line: @2morrow Explorer

E-mail: contact@2morrowexplorer.com

www.facebook.com/2morrowexplorer